1. เรื่องของคนคนหนึ่ง

กิตติพงษ์ เจ้าของร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง ใช้เช็คบัญชีกระแสรายวันชำระค่าสินค้าที่รับมาจาก มินตรา ผู้จัดจำหน่าย เขารู้ว่ารายรับจากโครงการหนึ่งยังไม่เข้าบัญชี แต่หวังว่าเงินจะโอนมาทันกำหนด มินตราจึงรับเช็คไว้แทนการชำระเงินสด

เมื่อถึงวันที่นำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเพราะเงินในบัญชีไม่พอ กิตติพงษ์ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเช็คที่ไม่อาจเรียกเก็บเงินได้ และถูกควบคุมตัวกับดำเนินคดี เขาโต้แย้งว่าเช็คก็เป็นเอกสารทางการค้าเช่นเดียวกับตั๋วเงินชนิดอื่น เหตุใดการออกเช็คโดยคาดว่าจะจ่ายไม่ได้จึงต้องมีโทษอาญา เขาจึงคิดขอให้ศาลส่งประเด็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายไปวินิจฉัย

2. ประเด็นทางกฎหมาย

คำถามสำคัญคือ กิตติพงษ์สามารถขอให้ศาลส่งบทบัญญัติที่ลงโทษผู้ออกเช็คซึ่งคาดหมายว่าจะถูกปฏิเสธการจ่ายไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบได้หรือไม่ และบทบัญญัตินั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่?

3. กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดไว้อย่างไร

กฎหมายเกาหลีใต้เรื่องการควบคุมเช็คที่ไม่อาจเรียกเก็บเงินได้กำหนดความผิดไว้หลายกรณี บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกิตติพงษ์ครอบคลุมการออกเช็คแล้วทำให้เช็คไม่สามารถชำระได้ในวันยื่นเรียกเก็บ เพราะเงินฝากไม่พอ มีคำสั่งระงับธุรกรรม หรือสัญญาใช้เช็คกับสถาบันการเงินสิ้นสุดลง

หากผู้ออกเช็คทำให้เช็คไม่อาจจ่ายได้ในวันยื่นเรียกเก็บ เนื่องจากเงินฝากไม่พอหรือเหตุที่กฎหมายกำหนด อาจได้รับโทษเช่นเดียวกับความผิดเกี่ยวกับเช็คที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยบทลงโทษอาจเป็นจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสิบเท่าของจำนวนเงินตามเช็ค

กฎหมายยังแยกกรณีที่กระทำโดยประมาทไว้ด้วย ซึ่งมีโทษต่ำกว่า ส่วนความผิดที่เกี่ยวกับการทำให้เช็คจ่ายไม่ได้ตามบทบัญญัตินี้มีข้อจำกัดสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินคดี:

  • หากเรียกคืนเช็คได้ หรือแม้เรียกคืนไม่ได้แต่ผู้ถือเช็คแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดี กฎหมายกำหนดข้อจำกัดต่อการฟ้องคดีในความผิดบางกรณีที่เกี่ยวข้อง
  • การที่เช็คเด้งเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าผู้ออกเช็คต้องถูกจำคุกโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกระบวนการทางอาญาแยกกัน
  • ผู้ถูกกล่าวหาสามารถขอให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีส่งประเด็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่การยื่นคำร้องไม่ได้บังคับให้ศาลต้องส่งเรื่อง

กฎหมายนี้ไม่ได้ถือว่าการผิดสัญญาชำระหนี้ทุกครั้งเป็นอาชญากรรม ประเด็นสำคัญคือการออกเช็คและทำให้เช็คจ่ายไม่ได้ในลักษณะที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะเมื่อผู้ออกคาดหมายได้ว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่าย

การขอให้ตรวจสอบรัฐธรรมนูญทำได้ผ่านศาลที่พิจารณาคดี ศาลจะส่งเรื่องเมื่อเห็นว่าประเด็นนั้นเกี่ยวข้องกับคดีและมีเหตุให้สงสัยว่าบทกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหาจะสั่งให้ส่งเรื่องได้เอง

4. แนวทางที่ศาลเกาหลีใช้พิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เคยพิจารณาบทลงโทษกรณีนี้และวินิจฉัยว่าบทบัญญัติไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าการคุ้มครองการใช้เช็คมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของธุรกรรมและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจ

เช็คมีลักษณะเป็นเครื่องมือชำระเงินที่ใช้แทนเงินสดได้ และมีโอกาสหมุนเวียนไปถึงบุคคลอื่น การออกเช็คทั้งที่คาดหมายว่าจะถูกปฏิเสธการจ่ายจึงกระทบความน่าเชื่อถือของเช็ค มิใช่เพียงการไม่ปฏิบัติตามสัญญาหนี้ระหว่างคนสองคน

ศาลยังอธิบายว่าเช็คกับตั๋วเงินชนิดอื่นอาจเป็นเอกสารที่ใช้หมุนเวียนทางการค้าเหมือนกัน แต่มีหน้าที่และคุณลักษณะไม่เหมือนกันทั้งหมด เช็คถูกใช้เป็นเครื่องมือชำระเงิน จึงมีเหตุผลที่จะให้การคุ้มครองความสามารถในการเรียกเก็บเงินเข้มงวดกว่า การกำหนดโทษเฉพาะกับเช็คจึงไม่ถือว่าเลือกปฏิบัติโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ แม้บางคนจะใช้เช็คในทางที่คล้ายการให้เครดิต แต่เช็คที่มีรูปแบบถูกต้องก็ยังอาจถูกส่งต่อและนำไปเรียกเก็บเงินได้ การพยายามแยกเช็คที่ใช้เป็นเครดิตออกจากเช็คที่ใช้ชำระเงินจึงทำได้ยาก และอาจทำให้วัตถุประสงค์ในการรักษาความน่าเชื่อถือของเช็คไม่บรรลุผล

ศาลเห็นด้วยว่ามาตรการทางปกครองหรือบทลงโทษทางการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองการหมุนเวียนของเช็ค อีกทั้งการดำเนินคดีและการควบคุมตัวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การถูกฟ้องหรือถูกควบคุมตัวจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเพียงเพราะบัญชีมีเงินไม่พอ

5. เมื่อนำกฎหมายมาใช้กับกิตติพงษ์

ขั้นแรก: พิจารณาว่าเช็คเข้าเงื่อนไขของกฎหมายหรือไม่

กิตติพงษ์ออกเช็คจากบัญชีกระแสรายวันเพื่อชำระค่าสินค้า และธนาคารปฏิเสธการจ่ายในวันที่นำเช็คไปเรียกเก็บเพราะเงินไม่พอ หากข้อเท็จจริงเหล่านี้พิสูจน์ได้ ก็มีองค์ประกอบเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติว่าด้วยเช็คที่ไม่อาจเรียกเก็บเงินได้

ขั้นที่สอง: ตรวจสอบสิ่งที่เขารู้และคาดหมาย

คำถามไม่ได้หยุดอยู่ที่ว่าเช็คเด้งหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานเกี่ยวกับการออกเช็คด้วย กิตติพงษ์รู้ว่าเงินจากโครงการยังไม่เข้าบัญชี แต่ก็ยังออกเช็คให้มินตรา หากหลักฐานแสดงว่าเขาคาดหมายได้ว่าเงินจะไม่พอในวันเรียกเก็บ ข้อเท็จจริงนี้อาจสนับสนุนข้อกล่าวหาตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานของตนเข้าสู่การพิจารณา

ขั้นที่สาม: ข้อโต้แย้งเรื่องเช็คกับตั๋วเงินอื่น

กิตติพงษ์อาจเห็นว่าเช็คกับตั๋วเงินอื่นควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน แต่แนววินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแยกความแตกต่างจากหน้าที่ของเช็คซึ่งใช้ชำระเงินและอาจหมุนเวียนได้ เหตุผลนี้จึงไม่น่าทำให้บทบัญญัติถูกมองว่าขัดหลักความเสมอภาคเพียงเพราะกฎหมายกำหนดโทษเกี่ยวกับเช็คไว้ต่างจากตั๋วเงินชนิดอื่น

ขั้นที่สี่: คำร้องขอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ

กิตติพงษ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดี โดยชี้แจงว่าบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาอย่างไร และเหตุใดจึงเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ แต่ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งเรื่องหรือไม่ ที่สำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยบทบัญญัตินี้แล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากยกเพียงเหตุผลเดิมว่าโทษดังกล่าวละเมิดความเสมอภาค หลักได้สัดส่วน หรือหลักตลาดเสรี โอกาสที่จะทำให้ศาลส่งเรื่องหรือเปลี่ยนผลคดีมีจำกัด

ขั้นที่ห้า: ตรวจสอบทางออกเกี่ยวกับผู้ถือเช็ค

กิตติพงษ์ควรตรวจสอบว่าเช็คถูกเรียกคืนแล้วหรือไม่ และมินตรามีเจตนาอย่างชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีหรือไม่ เพราะกฎหมายกำหนดผลต่อการฟ้องคดีไว้ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว การชำระเงินคืนหรือการตกลงกันอาจสำคัญในทางปฏิบัติ แต่ไม่ควรสันนิษฐานเองว่าจะทำให้คดีอาญาสิ้นสุด หากยังไม่มีการเรียกคืนเช็คหรือไม่มีเจตนาของผู้ถือเช็คตามที่กฎหมายกำหนด

6. บทสรุป: เกิดอะไรขึ้น และควรทำอย่างไร

ในเรื่องสมมตินี้ กิตติพงษ์ยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งประเด็นรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเหตุผลของเขาซ้ำกับข้อโต้แย้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยปฏิเสธ ศาลมีเหตุให้ไม่ส่งเรื่องได้ คดีจึงยังดำเนินต่อไปเพื่อพิจารณาว่าเขาคาดหมายการปฏิเสธการจ่ายจริงหรือไม่ และมีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานอื่นใดที่กระทบความรับผิดหรือไม่

ผลที่เป็นไปได้ไม่ใช่การพ้นผิดทันทีเพียงเพราะยกประเด็นรัฐธรรมนูญ ทางออกที่ควรตรวจสอบอย่างเร่งด่วนคือสถานะของเช็ค การแสดงเจตนาของมินตรา และหลักฐานเกี่ยวกับวันที่ออกเช็คกับเงินในบัญชี สำหรับผู้อ่านที่เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน มีข้อแนะนำที่ทำได้จริงดังนี้

  • ปรึกษาทนายความด้านคดีอาญาโดยเร็ว และนำเช็ค หนังสือปฏิเสธการจ่าย รายการบัญชี และเอกสารการซื้อขายไปให้ตรวจสอบ
  • ติดต่อผู้ถือเช็คอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือเรื่องการชำระเงิน การเรียกคืนเช็ค และการแสดงเจตนาของผู้ถือเช็ค โดยเก็บหลักฐานการติดต่อและข้อตกลงไว้
  • อย่ามองว่าการยื่นคำร้องเรื่องรัฐธรรมนูญหรือการคืนเงินจะทำให้คดีหยุดเอง ควรตรวจสอบกับทนายความและศาลว่ามีเงื่อนไขใดที่ทำให้การฟ้องคดีถูกจำกัด และดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน