เมื่อพ่อยืนกรานว่าไม่อยากเสียชีวิตในโรงพยาบาล ซงอินจูจึงอยู่เคียงข้างพ่อที่บ้านในช่วงวันสุดท้าย พ่อกล่าวเมื่อสองวันก่อนเสียชีวิตว่า “ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามครรลอง” ซงอินจูเชื่อว่าการดูแลและการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์ช่วยให้พ่อจากไปอย่างสงบ และกล่าวว่าการตายย่อมต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น

เขายังแบ่งปันรหัสผ่านประตูบ้านกับเพื่อนบ้านด้วย อย่างไรก็ตาม ต้นฉบับไม่ได้อธิบายเหตุผลหรือสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรม การมีข้อมูลเพียงเท่านี้ไม่อาจสรุปได้ว่าการกระทำนั้นมีจุดประสงค์เพื่อการดูแล หรือทุกคนควรแบ่งปันรหัสผ่านให้ผู้อื่น

ภูมิหลังและบริบท

ซงอินจูกล่าวว่า การตายไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่เป็นกระบวนการที่ยาวนานและเจ็บปวด คำกล่าวของเขาที่ว่า “การตายต้องผ่านกระบวนการอันยากลำบาก” สะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวที่แสดงให้เห็นความสำคัญของการดูแลและการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์ในช่วงใกล้ตาย ประสบการณ์นี้เชื่อมโยงกับที่มาของการศึกษาการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในเวลาต่อมา

ในปี 2016 เขาดำรงตำแหน่งนักวิจัยอาวุโสของมูลนิธิสวัสดิการกรุงโซล (서울복지재단) และเริ่มศึกษาการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในปีนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนเสียชีวิตโดยปราศจากการดูแลหรือการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์ ปัจจุบันเขาเป็นหัวหน้าของซือโรแล็บ (쓰로랩; Ssro Lab) สิ่งที่เขาต้องการตรวจสอบในการศึกษาการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ได้แก่ ใครเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เหตุใดจึงตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยว และใช้ชีวิตในช่วงวันสุดท้ายอย่างไร

เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถถามผู้เสียชีวิตได้โดยตรง ซงอินจูจึงวิเคราะห์บันทึกของตำรวจเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิต 20,000 กรณีที่ยังไม่ถูกค้นพบ และสัมภาษณ์ครอบครัวกับเพื่อนบ้าน เขาเรียกกระบวนการนี้ว่า “การชันสูตรทางสังคม” แนวทางนี้มุ่งพิจารณาไม่เพียงสถานการณ์ในช่วงสุดท้ายของผู้เสียชีวิต แต่รวมถึงเส้นทางที่ทำให้บุคคลนั้นตกอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย

ความหมายของข่าวนี้

ประเด็นสำคัญที่ประสบการณ์ของนักวิจัยผู้นี้แสดงให้เห็นคือ การดูแลและการสัมผัสจากผู้อื่นสามารถเข้ามามีบทบาทในกระบวนการตายได้ การป้องกันการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอาจต้องอาศัยความใส่ใจจากคนรอบข้างในการสังเกตว่ามีใครกำลังโดดเดี่ยวอยู่หรือไม่ และเพื่อนบ้านกับชุมชนอาจมีบทบาทในการสังเกตว่าบุคคลนั้นถูกตัดขาดจากสังคมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้นฉบับไม่ได้เสนอวิธีป้องกันที่เป็นรูปธรรมหรือผลการศึกษา จึงไม่อาจสรุปได้ว่าบทบาทของเพื่อนบ้านเพียงอย่างเดียวจะป้องกันการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้

ตัวอย่างเช่น หากสังเกตว่าเพื่อนบ้านคนหนึ่งไม่ได้ปรากฏตัวมานาน อาจลองคิดหาวิธีสอบถามสารทุกข์สุกดิบโดยเคารพความเป็นส่วนตัวของเจ้าตัว นี่เป็นตัวอย่างสมมุติที่อนุมานจากแนวคิดที่ว่าการสังเกตภาวะโดดเดี่ยวเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ผลการศึกษาที่นำเสนอในบทความ เนื่องจากไม่มีข้อมูลยืนยันเหตุผลและสถานการณ์ของการแบ่งปันรหัสผ่านประตูบ้าน จึงไม่ควรถือว่านี่เป็นวิธีดูแลที่ปลอดภัยและใช้ได้ทั่วไป

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • ซงอินจูอยู่กับพ่อที่บ้านในช่วงวันสุดท้าย เพราะพ่อไม่อยากเสียชีวิตในโรงพยาบาล
  • พ่อกล่าวเมื่อสองวันก่อนเสียชีวิตว่า “ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามครรลอง”
  • ซงอินจูเชื่อว่าการดูแลและการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์ช่วยให้พ่อจากไปอย่างสงบ และกล่าวว่าการตายต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่น
  • เขาศึกษาการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตั้งแต่ปี 2016 โดยวิเคราะห์บันทึกของตำรวจ 20,000 รายการ และสัมภาษณ์ครอบครัวกับเพื่อนบ้าน
  • ซงอินจูแบ่งปันรหัสผ่านประตูบ้านกับเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีการระบุเหตุผล

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ซงอินจูเผยแพร่ผลงานอะไร หรือผลงานนั้นมีเนื้อหาอย่างไร
  • ไม่มีข้อมูลยืนยันเหตุผลและสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมของการแบ่งปันรหัสผ่านกับเพื่อนบ้าน
  • ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าการวิเคราะห์บันทึกของตำรวจและการสัมภาษณ์นำไปสู่ผลการศึกษาใด

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • หากต้องการสอบถามสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนบ้าน ควรพิจารณาก่อนว่าจะติดต่อด้วยวิธีที่เคารพความประสงค์และความเป็นส่วนตัวของเจ้าตัวได้หรือไม่
  • บทความนี้ไม่ได้ยืนยันเหตุผลและสถานการณ์ของการแบ่งปันรหัสผ่านประตูบ้าน จึงไม่มีมูลให้ตีความว่าเป็นวิธีดูแลที่แนะนำ หรือทำตามโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย
  • หากต้องการทราบข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมของงานวิจัยนี้หรือเนื้อหาของผลงานที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ควรตรวจสอบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมที่เผยแพร่ต่อสาธารณะหรือไม่ จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่อาจทราบรายละเอียดเหล่านั้นได้