กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ (외교부) ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะเรียกพัค กีชัง เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศ โดยเอกอัครราชทูตเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้เมื่อวันเสาร์ มาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างเกาหลีใต้กับยูเครนว่า มีข้อตกลงรักษาความลับหรือไม่ หลังมีการเปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 คนมายังเกาหลีใต้ รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะหารือกับยูเครนต่อไปและคงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไว้
ภูมิหลังและบริบท
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งคือการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีเซเลนสกีแห่งยูเครนในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 23 กันยายน เขาเปิดเผยว่าเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 คนถูกส่งตัวมายังเกาหลีใต้ ส่วนประธานาธิบดีอีแสดงความเสียใจ โดยระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวละเมิดข้อตกลงรักษาความลับระหว่างสองประเทศ ขณะที่ยูเครนปฏิเสธว่าเคยมีข้อตกลงดังกล่าว
ฝ่ายเกาหลีใต้อธิบายว่า ข้อตกลงรักษาความลับเกิดขึ้นตามคำขอของยูเครน รายงานข่าวระบุว่า เชลยศึกเหล่านี้เดินทางถึงเกาหลีใต้เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน หลังถูกจับกุมในแคว้นเคิร์สก์ขณะสู้รบให้รัสเซีย จุดยืนของเกาหลีใต้คือการเปิดเผยข้อมูลนี้ขัดต่อข้อตกลงที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองตัวเชลยศึกและครอบครัว แต่ความเห็นต่างยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากยูเครนไม่ยอมรับว่ามีข้อตกลงดังกล่าว
หลังจากนั้นยังมีถ้อยแถลงที่ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้น คิริโล บูดานอฟ หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวันที่ 27 กันยายนถึงเหตุระเบิดจากทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร พร้อมเตือนว่าการปะทะทางทหารอย่างรุนแรงระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เป็นเพียงเรื่องของเวลา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม อันดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เรียกความขัดแย้งระหว่างสองประเทศว่าเป็น “ความเข้าใจผิดทางการทูต” และวันถัดมา ประธานาธิบดีอีโพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจบนเอ็กซ์ (X)
โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและการรวมชาติแห่งรัฐสภา (국회 외교통일위원회) ว่าได้รับข้อความเกี่ยวกับการขอโทษจากรัฐมนตรีซิบีฮา แต่ยังไม่ถึงระดับที่เกาหลีใต้ต้องการ เขายังกล่าวในการตรวจสอบเดียวกันว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะใช้มาตรการอย่างเด็ดขาด ต่อมา ถ้อยกล่าวของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานประธานาธิบดียูเครนที่อ้างว่านโยบายคว่ำบาตรรัสเซียของเกาหลีใต้ขัดแย้งกับรายงานข่าวเรื่องการจัดส่งน้ำมันดีเซล ก็ยิ่งทำให้ความขัดแย้งทวีขึ้น
ข่าวนี้หมายความว่าอย่างไร
การเรียกเอกอัครราชทูตกลับเป็นมาตรการทางการทูตที่เข้มข้นกว่าการแสดงความเสียใจหรือการประท้วงต่ออีกประเทศหนึ่ง หรือการเรียกเอกอัครราชทูตของอีกฝ่ายเข้าพบ การที่เกาหลีใต้ตัดสินใจใช้มาตรการนี้อาจหมายความว่าความขัดแย้งได้ยกระดับจากการโต้เถียงกันต่อสาธารณะไปสู่การกดดันทางการทูต อย่างไรก็ตาม การเรียกเอกอัครราชทูตกลับไม่ได้หมายถึงการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีมติให้ตัดความสัมพันธ์
ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในสถานการณ์ที่ยูเครนทำสงครามกับรัสเซียต่อไปโดยได้รับความช่วยเหลือจากประเทศยุโรป มีการวิเคราะห์ว่าความขัดแย้งระหว่างสองประเทศอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับยุโรปด้วย นี่เป็นเพียงประเด็นที่ควรจับตาในอนาคต ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว พัค พย็องฮวาน ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์ยูเรเชีย (유라시아전략연구소) กล่าวว่า ยูเครนก็อาจตอบโต้ได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้รับมืออย่างใจเย็น
ตัวอย่างเช่น หากการหารือระหว่างสองประเทศยืดเยื้อกว่าที่คาด ควรติดตามว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกาหลีใต้ระบุว่าจะคงไว้จะดำเนินต่อไปในรูปแบบใด และการหารือทางการทูตจะยังดำเนินต่อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ามีการตัดสินใจระงับความช่วยเหลือหรือใช้มาตรการตอบโต้ที่เฉพาะเจาะจงแล้ว เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าจะหารือกับยูเครนต่อไป เพื่อแก้ไขประเด็นระหว่างสองประเทศอย่างราบรื่น
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ตัดสินใจเรียกพัค กีชัง เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำยูเครนกลับประเทศ และเอกอัครราชทูตเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้เมื่อวันเสาร์
- ประธานาธิบดีเซเลนสกีเปิดเผยว่าเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 คนถูกส่งตัวมายังเกาหลีใต้ ขณะที่เกาหลีใต้แสดงความเสียใจโดยระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงรักษาความลับ
- เกาหลีใต้อธิบายว่ามีข้อตกลงดังกล่าว ส่วนยูเครนปฏิเสธว่ามีข้อตกลง
- รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะหารือกับยูเครนต่อไปและคงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไว้
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ยังไม่มีข้อยุติว่ายูเครนจะใช้มาตรการใดตอบสนองต่อการเรียกเอกอัครราชทูตกลับ
- ยังไม่มีการยืนยันว่าความขัดแย้งระหว่างสองประเทศจะนำไปสู่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตหรือไม่
- ยังไม่ทราบว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับยุโรปอย่างไรในทางปฏิบัติ
สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม
- ควรติดตามว่ากระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จะประกาศมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ และการหารือกับยูเครนจะดำเนินต่อไปหรือไม่
- ควรจับตาการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากยูเครน แต่ไม่ควรตีความการเรียกเอกอัครราชทูตกลับว่าเป็นการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตโดยทันที
- สามารถติดตามได้ว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จะดำเนินนโยบายคงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: koreatimes.co.kr
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: en.yna.co.kr



















