1. เรื่องของมินตรา: คำร้องที่ถูกนำกลับมายื่นอีกครั้ง
มินตราเปิดซองแจ้งคำสั่งของศาลในคืนหนึ่ง หลังจากคดีของเธอเข้าสู่ชั้นพิจารณาอุทธรณ์ เธอเชื่อว่ากฎหมายข้อหนึ่งซึ่งศาลต้องนำมาใช้กับคดีของเธอขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ศาลส่งประเด็นนั้นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ศาลปฏิเสธคำขอ เธอยังลังเลว่าจะเดินหน้าร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และในที่สุดก็ไม่ได้ยื่นคำร้องดังกล่าว
เมื่อคดีเดินทางต่อไปถึงชั้นพิจารณาคำร้องฎีกา มินตราคิดว่าเธอยังมีโอกาสอีกครั้ง เธอยื่นคำขอให้ตรวจสอบกฎหมายฉบับเดิม ด้วยเหตุผลเดิม แต่ศาลฎีกาก็ปฏิเสธเช่นกัน คราวนี้เธอจึงต้องการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยหวังให้ศาลพิจารณาว่ากฎหมายที่เป็นหัวใจของคดีขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
2. คำถามทางกฎหมาย
เมื่อคู่ความเคยขอให้ศาลส่งเรื่องตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายในชั้นอุทธรณ์แล้ว และคำขอนั้นถูกปฏิเสธ คู่ความจะยื่นคำขอเดิมด้วยเหตุผลเดิมอีกครั้งในชั้นฎีกา แล้วจึงร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังถูกปฏิเสธครั้งที่สองได้หรือไม่?
3. กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดไว้อย่างไร
กฎหมายศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มาตรา 68 วรรคสอง เปิดช่องให้คู่ความยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เมื่อศาลที่กำลังพิจารณาคดีปฏิเสธคำขอให้ส่งเรื่องตรวจสอบว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ช่องทางนี้เป็นกระบวนการเฉพาะ ไม่ใช่การอุทธรณ์คำตัดสินของศาลในคดีหลักโดยทั่วไป
เมื่อคำขอให้ส่งเรื่องตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายถูกปฏิเสธ คู่ความผู้ยื่นคำขออาจร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่จะยื่นคำขอเดิมซ้ำในคดีเดียวกัน ด้วยเหตุผลเดียวกันอีกไม่ได้
หลักสำคัญมีดังนี้
- ต้องมีคำขอในคดีหลักก่อน: คู่ความต้องขอให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีส่งประเด็นเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
- เมื่อศาลปฏิเสธ อาจร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้: การร้องต้องทำตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่งปฏิเสธ
- ห้ามยื่นคำขอเดิมซ้ำด้วยเหตุผลเดิม: ข้อห้ามนี้ใช้กับกระบวนพิจารณาคดีเดียวกัน และครอบคลุมถึงขั้นตอนในศาลชั้นสูงที่คดีนั้นดำเนินต่อไป
- การมีศาลชั้นสูงขึ้นไม่ได้ทำให้คดีเดิมกลายเป็นคดีใหม่: การเปลี่ยนจากชั้นอุทธรณ์ไปสู่ชั้นฎีกาไม่เปิดโอกาสให้ยื่นคำขอเดิมซ้ำโดยอัตโนมัติ
กล่าวอย่างง่ายคือ กฎหมายให้ทางเลือกแก่คู่ความหลังถูกปฏิเสธ แต่ไม่ได้ให้เริ่มต้นคำขอเดิมใหม่ทุกครั้งที่คดีเลื่อนไปยังศาลอีกชั้นหนึ่ง
4. แนวทางที่ศาลเกาหลีใต้ใช้
ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ถือว่า ถ้อยคำที่กล่าวถึงกระบวนพิจารณาใน “คดีนั้น” ครอบคลุมกระบวนพิจารณาในชั้นศาลสูงของคดีเดียวกันด้วย หลักนี้ป้องกันไม่ให้คู่ความนำคำขอที่ถูกปฏิเสธแล้วกลับมายื่นซ้ำในแต่ละชั้นศาล โดยยกเหตุผลเดิมขึ้นมาอีกครั้ง
การที่คดีเข้าสู่ชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ไม่ได้ทำให้ข้อห้ามเรื่องการยื่นคำขอซ้ำด้วยเหตุผลเดิมสิ้นผลไป
แนวทางนี้ทำให้ศาลพิจารณาเรื่อง การรับคำร้องไว้พิจารณา แยกจากเรื่องว่ากฎหมายนั้นขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หากคำร้องไม่ผ่านเงื่อนไขทางกระบวนการ ศาลอาจไม่พิจารณาเนื้อหาของข้อกล่าวหาเลย การที่คู่ความเห็นว่ากฎหมายไม่เป็นธรรมจึงยังไม่เพียงพอ ต้องใช้ช่องทางและจังหวะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย
5. เมื่อนำหลักกฎหมายมาใช้กับมินตรา
- คำขอครั้งแรกถูกปฏิเสธในชั้นอุทธรณ์ มินตราจึงมีช่องทางร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลังได้รับแจ้งคำสั่ง โดยต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขของกฎหมาย เธอไม่ได้ใช้ช่องทางนั้นในเวลานั้น
- คำขอครั้งที่สองเป็นคำขอเดิมในคดีเดิม เมื่อคดีเข้าสู่ชั้นฎีกา มินตรายื่นคำขอเกี่ยวกับกฎหมายฉบับเดียวกัน และอ้างเหตุผลเดียวกับที่เคยยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์ นี่ไม่ใช่ประเด็นใหม่เพียงเพราะมีการยื่นต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง
- ชั้นฎีกายังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนพิจารณาคดีเดียวกัน ตามแนวทางของศาลเกาหลีใต้ ข้อห้ามเรื่องการยื่นคำขอซ้ำครอบคลุมการดำเนินคดีในชั้นศาลสูงด้วย มินตราจึงไม่อาจใช้ชั้นฎีกาเป็นโอกาสยื่นคำขอเดิมอีกครั้ง
- คำปฏิเสธครั้งที่สองไม่ได้ทำให้คำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกลับมาใช้ได้ เพราะการปฏิเสธครั้งหลังเกิดขึ้นกับคำขอที่กฎหมายห้ามยื่นซ้ำด้วยเหตุผลเดิม คำร้องของมินตราจึงติดปัญหาความชอบด้วยกระบวนการ ศาลรัฐธรรมนูญย่อมไม่รับไว้พิจารณา และจะไม่ไปวินิจฉัยเนื้อหาว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
6. สรุป: มินตราจะเป็นอย่างไร และควรทำอะไร
มินตราไม่อาจรอให้คำขอเดิมถูกปฏิเสธซ้ำในชั้นฎีกา แล้วจึงใช้คำปฏิเสธครั้งใหม่นั้นเป็นทางเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ คำร้องของเธอมีแนวโน้มถูกยกโดยไม่พิจารณาเนื้อหา เพราะเธอยื่นคำขอเดิมด้วยเหตุผลเดิมในกระบวนพิจารณาคดีเดียวกัน ทั้งที่กฎหมายห้ามทำเช่นนั้น
สำหรับผู้ที่เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน ควรจำไว้ว่า การถูกปฏิเสธครั้งแรกเป็นจุดที่ต้องตัดสินใจทันที ไม่ใช่เหตุให้เลื่อนเรื่องเดิมไปยื่นซ้ำในชั้นศาลถัดไป
- เมื่อได้รับคำสั่งปฏิเสธ ให้จดวันที่รับแจ้งและรีบตรวจสอบกำหนดเวลายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยทั่วไปมีเวลา 30 วัน
- อย่ายื่นคำขอเดิมซ้ำด้วยเหตุผลเดิมในคดีเดียวกันโดยคิดว่าการเปลี่ยนชั้นศาลจะทำให้เริ่มนับสิทธิใหม่
- ปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อประเมินว่าควรร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในกำหนดเวลา หรือมีประเด็นทางกฎหมายอื่นที่ต้องดำเนินการแยกต่างหาก



















