ในเกาหลีใต้ ไม่มีการประหารชีวิตนับตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 1997 อย่างไรก็ตาม โทษประหารยังคงอยู่ในกฎหมาย และตามรายงานข่าว ปัจจุบันมีนักโทษประหาร 56 คนถูกควบคุมตัวอยู่ คิมแดกึน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยนโยบายกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและกิจการยุติธรรมแห่งเกาหลี (한국형사·법무정책연구원) สัมภาษณ์นักโทษประหาร 42 คนจากทั้งหมดนี้ และมีรายงานว่าในฐานะนักวิจัยที่ศึกษาประสบการณ์ของนักโทษประหาร เขาเชื่อว่าควรยุติการใช้โทษประหาร

ภูมิหลังและบริบท

ในบรรดานักโทษประหาร 56 คนในปัจจุบัน มี 52 คนอยู่ในสถานควบคุมของกระทรวงยุติธรรม (법무부) และอีก 4 คนอยู่ในเรือนจำทหาร ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าการประหารชีวิตถูกระงับมาเป็นเวลานาน และความเป็นจริงที่ว่ายังคงมีผู้ได้รับโทษประหารถูกควบคุมตัวอยู่ เพราะการที่โทษประหารยังมีอยู่ตามกฎหมายกับการมีการประหารชีวิตจริงเป็นคนละประเด็นกัน

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนปี 1997 นักโทษประหารใช้ชีวิตโดยถือว่าช่วงเวลา 6 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้าในวันทำงานเป็นช่วงเวลาที่อาจมีการประหารชีวิต หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนถึง 9 โมงเช้า พวกเขาก็จะรู้สึกโล่งใจ แต่ต้องเข้านอนโดยคิดว่าเช้าวันถัดไปอาจเป็นเช้าสุดท้ายของชีวิต นี่เป็นคำอธิบายของรายงานข่าว ซึ่งนำมาเปรียบเทียบให้เห็นทั้งชีวิตในปัจจุบันของผู้ที่ยังคงอยู่หลังการประหารชีวิตหยุดลง และการรอคอยที่นักโทษประหารในอดีตต้องเผชิญ

นักวิจัยคิมกล่าวว่า นักโทษประหารส่วนใหญ่ที่เขาสัมภาษณ์รู้สึกละอายใจ ทุกข์ใจ หรือเสียใจกับสิ่งที่ตนทำ เขาอธิบายว่า แม้เขาจะคิดว่าคนเหล่านี้คงแสดงท่าทีโหดร้ายและน่าหวาดกลัวในตอนก่ออาชญากรรม แต่นักโทษประหารหลายคนที่เขาพบในเรือนจำเป็นชายสูงวัยและอ่อนแอ การสัมภาษณ์เหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลที่ลบล้างอาชญากรรมของนักโทษประหาร หรือใช้ตัดสินแทนผู้เสียหาย หากแต่เป็นโอกาสให้พิจารณาชีวิตปัจจุบันและความรู้สึกของผู้ที่ถูกควบคุมตัวไปพร้อมกับการอภิปรายเรื่องโทษประหาร

ความหมายของข่าวนี้

การอภิปรายเรื่องโทษประหารไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความรุนแรงของการลงโทษ แต่ยังเกี่ยวพันกับวิธีทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายของการลงโทษและความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมด้วย แม้ไม่มีการประหารชีวิตมาเป็นเวลานาน แต่โทษประหารยังคงอยู่ในกฎหมายและยังมีนักโทษประหารถูกควบคุมตัวอยู่ ดังนั้น ประเด็นว่าจะคงไว้หรือยกเลิก制度นี้จึงไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงเชิงนามธรรมที่แยกขาดจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ที่นำเสนอในรายงานข่าวเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันเหตุผลเฉพาะเจาะจงหรือผลกระทบทางสังคมของการยกเลิกโทษประหารได้

นอกจากนี้ คำอธิบายว่าผู้ให้สัมภาษณ์รู้สึกเสียใจหรือทุกข์ใจเป็นเพียงแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนชีวิตปัจจุบันของนักโทษประหาร ข้อมูลดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้สรุปความรับผิดชอบต่ออาชญากรรม ขนาดของความเสียหาย หรือโทษที่เหมาะสมได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรถือว่าการทำความเข้าใจนักโทษประหารเป็นเรื่องเดียวกับการตัดสินความรับผิดชอบต่ออาชญากรรม

ตัวอย่างเช่น ผู้อ่านที่ต้องการพิจารณาว่าควรคงไว้หรือยกเลิกโทษประหาร อาจคำนึงถึงประสบการณ์ของนักโทษประหารที่ปรากฏในการสัมภาษณ์ แต่ก็อาจไม่มองว่าประสบการณ์เหล่านี้ใช้แทนเหตุผลทั้งหมดในการยกเลิกโทษประหารได้ การแยกแยะระหว่างประสบการณ์ส่วนบุคคลกับการตัดสินเกี่ยวกับ制度 จะช่วยให้พิจารณาประเด็นถกเถียงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ข้อมูลเกี่ยวกับ制度และการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง

ตามคู่มือกฎหมายภายในองค์กร ประมวลกฎหมายอาญา (형법) กำหนดโทษไว้ 9 ประเภท (มาตรา 41 แห่งประมวลกฎหมายอาญา) ดังนั้น จึงควรแยกสถานการณ์ที่การประหารชีวิตถูกระงับออกจากสถานการณ์ที่โทษประหารยังคงเป็นโทษประเภทหนึ่งตามกฎหมาย รายงานข่าวระบุเช่นกันว่า แม้โทษประหารของเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในกฎหมาย แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวางว่าเป็น制度ที่แทบไม่มีทางนำไปบังคับใช้ได้

อย่างไรก็ตาม คู่มือกฎหมายที่ให้มาอธิบายเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับประเภทของโทษ การลดโทษ และการบังคับโทษ แต่ไม่ได้กล่าวถึงขั้นตอนการยกเลิกโทษประหารหรือคดีเฉพาะรายของนักโทษประหารที่ปรากฏในรายงานข่าว คู่มือกฎหมายอธิบายว่า การมอบตัวหรือการมีอายุความของโทษ เป็นต้น ไม่ได้ทำให้โทษลดลงหรือได้รับการยกเว้นการบังคับโดยอัตโนมัติ ไม่อาจนำหลักการนี้ไปใช้กับคดีของนักโทษประหารโดยตรงเพื่อลงข้อสรุปได้ และการวินิจฉัยทางกฎหมายในแต่ละคดีต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเฉพาะและกฎหมายที่ใช้บังคับแยกต่างหาก

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • ในเกาหลีใต้ไม่มีการประหารชีวิตนับตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 1997
  • ตามรายงานข่าว ในบรรดานักโทษประหาร 56 คน มี 52 คนอยู่ในสถานควบคุมของกระทรวงยุติธรรม และอีก 4 คนอยู่ในเรือนจำทหาร
  • คิมแดกึน นักวิจัยอาวุโส สัมภาษณ์นักโทษประหาร 42 คน
  • เขากล่าวว่านักโทษประหารส่วนใหญ่ที่ให้สัมภาษณ์รู้สึกละอายใจ ทุกข์ใจ หรือเสียใจกับสิ่งที่ตนทำ
  • วันต่อต้านโทษประหารโลกเป็นวันรำลึกสากลประจำปีที่เรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารในฐานะการลงโทษทางกระบวนการยุติธรรม และตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่านักวิจัยคิมอธิบายเหตุผลเฉพาะเจาะจงใดในการสนับสนุนการยกเลิกโทษประหาร
  • ไม่อาจตรวจสอบได้ว่าคัดเลือกผู้ให้สัมภาษณ์ 42 คนด้วยวิธีใด หรือดำเนินการสัมภาษณ์เมื่อใด
  • ไม่อาจทราบได้ว่าความเชื่อของนักโทษประหารที่กล่าวถึงในรายงานข่าวเป็นตัวแทนความคิดของนักโทษประหารทั้งหมดได้มากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • ควรพิจารณาแยกสถานการณ์ที่ไม่มีการประหารชีวิตจริงออกจากสถานะที่โทษประหารยังคงเป็นโทษตามกฎหมาย
  • เนื้อหาการสัมภาษณ์เป็นรายงานเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ให้สัมภาษณ์ 42 คน และควรคำนึงด้วยว่าไม่มีการระบุวิธีคัดเลือกหรือช่วงเวลาที่ทำการศึกษา
  • ประเภทของโทษกับการลดโทษหรือการบังคับโทษในแต่ละคดีเป็นคนละประเด็น หากต้องการการวินิจฉัยทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง ควรตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงของคดีแยกต่างหาก

แหล่งอ้างอิง