ระหว่างปี 2015 ถึง 2025 มีผู้เสียชีวิต 12 คนขณะถูกควบคุมตัวในสถานกักตัวคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ตามข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม (법무부) ในจำนวนนี้ 3 กรณีไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต และมีเพียง 4 แห่งจากสถานกักตัวทั่วประเทศ 19 แห่งที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์ กรณีผู้เสียชีวิตและข้อมูลการจัดสรรบุคลากรชี้ให้เห็นว่าควรพิจารณาทั้งการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยของผู้ที่ถูกควบคุมตัวในสถานกักตัวคนเข้าเมือง

ภูมิหลังและบริบท

ระหว่างปี 2015 ถึง 2023 มีผู้เสียชีวิต 7 คน โดยเสียชีวิต 2 คนที่ศูนย์กักตัวชาวต่างชาติฮวาซอง (화성외국인보호소) และศูนย์กักตัวชาวต่างชาติชองจู (청주외국인보호소) แห่งละ 2 คน และเสียชีวิตแห่งละ 1 คนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโซลใต้ (서울남부출입국사무소) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปูซาน (부산출입국사무소) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซูวอน (수원출입국사무소) ในปี 2024 มีผู้เสียชีวิต 3 คน แห่งละ 1 คนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโซลใต้ ศูนย์กักตัวชาวต่างชาติชองจู และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชองจู (청주출입국사무소) ส่วนในปี 2025 มีผู้เสียชีวิต 2 คน แห่งละ 1 คนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองควางจู (광주출입국사무소) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองชุนชอน (춘천출입국사무소) จนถึงเวลาที่เขียนข่าว ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในปี 2026

ไม่ได้มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตครบทุกกรณี ใน 12 กรณี มี 3 กรณีที่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต ในจำนวนนี้ 1 กรณีเกิดขึ้นในปี 2024 และอีก 2 กรณีเกิดขึ้นในปี 2025 ส่วนกรณีที่เหลือจัดอยู่ในกลุ่มการเสียชีวิตจากโรคหรือปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ปอดอักเสบเฉียบพลัน และตับแข็งระยะสุดท้าย

ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจสรุปได้ว่าการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากไม่มีการระบุรายละเอียดของแต่ละกรณี ภาวะสุขภาพของผู้เสียชีวิต หรือระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัว อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว และจำนวนสถานที่ที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์มีจำกัด เป็นเหตุให้ควรตรวจสอบว่าผู้ที่ต้องได้รับการรักษาสามารถเข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีทั้งภายในและภายนอกสถานกักตัวหรือไม่

ข่าวนี้หมายความว่าอย่างไร

ในบรรดาสถานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ 19 แห่ง มีเพียง 4 แห่งที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ศูนย์กักตัวชาวต่างชาติฮวาซองและชองจู รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยอซู (여수출입국사무소) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอุลซาน (울산출입국사무소) แต่ละแห่งที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์สามารถมีแพทย์ได้เพียง 1 คนและพยาบาล 1 คน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยอซูไม่สามารถรับแพทย์คนใหม่ได้หลังแพทย์คนเดิมลาออกในเดือนธันวาคม 2021 จึงให้บุคลากรทางการแพทย์ที่จ้างชั่วคราวมาตรวจรักษาสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้น การจัดประเภทว่าเป็น “สถานที่ที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์” เพียงอย่างเดียวจึงไม่อาจบอกได้ว่าแต่ละแห่งให้บริการตรวจรักษาได้ตลอดเวลาหรือไม่

กระทรวงยุติธรรมชี้แจงว่าได้จัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ให้กับสถานที่ 4 แห่งที่มีผู้ถูกควบคุมตัวมากที่สุด ส่วนสถานที่อื่นมีขนาดเล็กกว่า และระยะเวลาควบคุมตัวโดยทั่วไปก็สั้นเพียงประมาณ 10 วัน จึงมีความจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ ผู้ถูกควบคุมตัวชาวต่างชาติที่แจ้งว่ามีปัญหาสุขภาพจะได้รับการรักษาผ่านการประสานกับสถานพยาบาลในพื้นที่ที่ทำข้อตกลงไว้ และกระทรวงระบุว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ มีการเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลภายนอก 834 ครั้ง

ในทางกลับกัน อีซึงฮยอน ทนายความจากทูรู (두루) องค์กรกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตแม้ในสถานที่ที่ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ประจำ และควรจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ความเห็นที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่ว่า ควรใช้ขนาดของสถานที่และระยะเวลาควบคุมตัวโดยเฉลี่ยเป็นเกณฑ์จัดสรรบุคลากรหรือไม่ หรือควรพิจารณาด้วยว่าจะรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบุคลากรประจำอย่างไร

ตัวอย่างเช่น หากผู้ถูกควบคุมตัวในสถานที่ที่ไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ประจำแจ้งว่ามีอาการผิดปกติทางร่างกายอย่างกะทันหัน ความรวดเร็วในการประสานให้พบแพทย์ภายในสถานที่หรือเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาลภายนอกอาจเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ให้มาไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาฉุกเฉินและการส่งตัวแยกตามสถานที่ หรือระยะเวลาที่ใช้ในการรับมือ

ระบบที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดด้านการรักษา

ข้อ 7-2 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมคนเข้าเมือง (출입국관리법 시행규칙) กำหนดให้ผู้ถูกควบคุมตัวชาวต่างชาติที่แสดงอาการผิดปกติทางร่างกายได้รับการรักษาจากแพทย์ภายในสถานที่หรือจากสถานพยาบาลภายนอก ส่วนข้อ 21 กำหนดให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองจัดให้มีการตรวจสุขภาพสำหรับผู้ถูกควบคุมตัวชาวต่างชาติที่เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ กล่าวคือ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องระบุให้สามารถรับการรักษาและตรวจสุขภาพได้เมื่อมีอาการหรือปัญหาสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ตามข่าวนี้ ไม่มีกฎหมายหรือข้อกำหนดที่ระบุชัดว่าทุกสถานกักตัวคนเข้าเมืองต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำ การที่กฎหมายกำหนดให้มีการรักษาและตรวจสุขภาพ กับการที่ทุกสถานที่มีบุคลากรทางการแพทย์ประจำ เป็นคนละเรื่องกัน นี่คือเหตุผลที่ต้องตรวจสอบว่ามีการจัดสรรบุคลากรและประสานงานกับสถานพยาบาลภายนอกในแต่ละสถานที่อย่างไร

มีข้อกำหนดให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ แต่ไม่พบข้อกำหนดที่บังคับให้ทุกสถานที่ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • ระหว่างปี 2015–2025 มีผู้เสียชีวิต 12 คนขณะถูกควบคุมตัวในสถานกักตัวคนเข้าเมือง
  • ใน 12 กรณี มี 3 กรณีที่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนกรณีที่เหลือจัดอยู่ในกลุ่มการเสียชีวิตจากโรคหรือปัญหาสุขภาพร้ายแรง
  • ในบรรดาสถานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ 19 แห่ง มีเพียง 4 แห่งที่กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์ และแต่ละแห่งที่กำหนดให้มีบุคลากรดังกล่าวสามารถมีแพทย์ได้เพียง 1 คนและพยาบาล 1 คน
  • กระทรวงยุติธรรมระบุว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ มีการเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลภายนอก 834 ครั้ง

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • รายละเอียดและสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงของทั้งสามกรณีที่ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุคืออะไร?
  • ผู้เสียชีวิตทั้ง 12 คนมีอายุและสัญชาติใด และแต่ละคนถูกควบคุมตัวเป็นเวลานานเท่าใด?
  • หากเกิดเหตุฉุกเฉินในสถานที่ที่ไม่ได้กำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์ การรักษาและการส่งตัวดำเนินไปตามขั้นตอนใดในทางปฏิบัติ?

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • หากต้องการทราบสภาพการรักษาพยาบาลในสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ควรตรวจสอบไม่เพียงว่ามีการกำหนดให้มีบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ แต่ควรแยกตรวจสอบด้วยว่าบุคลากรอยู่ประจำหรือไม่ และมีวิธีประสานกับสถานพยาบาลภายนอกอย่างไร
  • หากผู้ถูกควบคุมตัวแจ้งว่ามีปัญหาสุขภาพ สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการประสานให้ได้รับการรักษาจากแพทย์ภายในสถานที่หรือจากสถานพยาบาลภายนอกตามข้อ 7-2 ของกฎกระทรวงฯ อย่างไร และมีการจัดให้ตรวจสุขภาพตามข้อ 21 หรือไม่
  • เมื่อตรวจสอบกรณีผู้เสียชีวิต ควรดูด้วยว่ามีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ และตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละกรณี ระยะเวลาควบคุมตัว และข้อมูลการรับมือด้านการแพทย์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อมูลแยกต่างหาก จากหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่อาจตัดสินความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์กับการเสียชีวิตได้