การแข่งขันเอเชียนเกมส์ไอจิ–นาโกย่าปิดฉากลงพร้อมพิธีปิดเมื่อคืนวันอาทิตย์ เกาหลีใต้ได้ 39 เหรียญทอง 39 เหรียญ และจบอันดับ 3 โดยรวม รองจากจีนและญี่ปุ่น แต่ยังทำได้ไม่ถึงเป้าหมาย 40–45 เหรียญทองที่ตั้งไว้ก่อนการแข่งขัน นับเป็นการจบอันดับ 3 ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 และจำนวนเหรียญทองครั้งนี้ น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982 เกาหลีใต้ยังทำไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่จะลดช่องว่างกับญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับครั้งก่อน
ญี่ปุ่นได้ 83 เหรียญทอง ส่วนเกาหลีใต้ได้ 39 เหรียญ ช่องว่างเหรียญทองระหว่างสองประเทศอยู่ที่ 44 เหรียญ มากกว่า 10 เหรียญในศึกปี 2023
ภูมิหลังและบริบท
สภากีฬาแห่งเกาหลี (대한체육회, KSOC) ประเมินว่าญี่ปุ่นในฐานะเจ้าภาพจะได้เปรียบ และคาดว่าเกาหลีใต้จะแซงญี่ปุ่นได้ยาก ถึงอย่างนั้น เนื่องจากเกาหลีใต้ตามหลังญี่ปุ่น 10 เหรียญทองในการแข่งขันปี 2023 จึงตั้งเป้าลดช่องว่างให้มากขึ้นในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นการแข่งขัน ขณะที่เกาหลีใต้ได้เหรียญรางวัลในบางชนิดกีฬาน้อยกว่าที่คาด
เมื่อเปรียบเทียบกับผลงานครั้งก่อน ความแตกต่างยิ่งชัดเจนขึ้น ในปี 2023 ญี่ปุ่นได้ 52 เหรียญทอง ส่วนเกาหลีใต้ได้ 42 เหรียญ ทำให้ช่องว่างอยู่ที่ 10 เหรียญ ในปี 2018 ญี่ปุ่นได้ 75 เหรียญ ส่วนเกาหลีใต้ได้ 49 เหรียญ สำหรับครั้งนี้ จำนวนเหรียญทองของเกาหลีใต้ลดลงเหลือ 39 เหรียญ ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 83 เหรียญ จึงยากที่จะอธิบายการแข่งขันระหว่างสองประเทศได้ด้วยเพียงข้อเท็จจริงที่ว่าเกาหลีใต้ยังรักษาอันดับ 3 ไว้ได้
ผลงานที่ไม่เป็นไปตามคาดเห็นได้ชัดในชนิดกีฬาที่เกาหลีใต้เคยแข็งแกร่งบางประเภท ในว่ายน้ำ ซึ่งเกาหลีใต้ได้ 6 เหรียญทองในปี 2023 การแข่งขันสัปดาห์แรกครั้งนี้คว้าเหรียญทองได้เพียง 1 เหรียญ ส่วนยิงธนูได้ 3 เหรียญทอง ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการบรรจุประเภทคอมพาวด์ในเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2014 ยิงปืนได้ 3 เหรียญ แทนที่จะเป็น 5 เหรียญตามที่คาดหวัง ส่วนเทควันโดได้ 3 เหรียญทอง แต่มีเพียง 1 เหรียญจากประเภทต่อสู้ เกาหลีใต้ไม่ได้เหรียญทองในเทเบิลเทนนิสและมวยปล้ำ
ในยูโด เกาหลีใต้ได้เพียง 1 เหรียญทองจากฮอมีมี แม้ญี่ปุ่นจะตัดสินใจส่งนักกีฬาระดับแนวหน้าไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นในช่วงเดียวกัน แทนที่จะส่งมาแข่งเอเชียนเกมส์ แต่เกาหลีใต้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์นี้ให้เป็นผลงานด้านเหรียญรางวัลได้ ในทางกลับกัน เกาหลีใต้ได้เหรียญทองบาสเกตบอลทั้งประเภท 5 คนหญิงและชาย รวมถึงประเภท 3 คนชาย และคว้าแชมป์ในกีฬาประเภททีมอย่างเบสบอล ฟุตบอลชาย และแฮนด์บอลหญิงด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ควรพิจารณาว่าเกาหลีใต้ได้หรือพลาดเหรียญในกีฬาแต่ละชนิดอย่างไร ควบคู่ไปกับอันดับโดยรวม
ความหมายของข่าวนี้
ผลการแข่งขันครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าควรพิจารณาแยกกันระหว่างข้อเท็จจริงที่ว่าเกาหลีใต้ได้อันดับ 3 กับคำถามว่าเกาหลีใต้ยังรักษาความสามารถในการแข่งขันในกีฬาเอเชียได้หรือไม่ ช่องว่างกับญี่ปุ่นกว้างกว่าช่องว่างกับประเทศในกลุ่มอันดับ 4 มาก และจำนวนเหรียญทองของเกาหลีใต้ลดลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ดังนั้น อันดับโดยรวมเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเกาหลีใต้ยังรักษาความแข็งแกร่งในด้านใดไว้ได้ และตามหลังคู่แข่งในด้านใด
ทีมชาติและสมาคมกีฬาแต่ละชนิดยังมีภารกิจในการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้จำนวนเหรียญลดลง รยู ซึงมิน ประธานสภากีฬาแห่งเกาหลี ยอมรับว่าผลงานในบางชนิดกีฬาไม่เป็นไปตามที่คาด และกล่าวว่าจะวิเคราะห์ผลการแข่งขัน รวมถึงปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสมรรถนะของนักกีฬา เช่น ระบบการฝึกซ้อมและวิทยาศาสตร์การกีฬา ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าการวิเคราะห์ดังกล่าวจะนำไปสู่การสนับสนุนหรือแนวทางการเตรียมตัวของแต่ละชนิดกีฬาอย่างไร
ในฐานะผู้อ่าน ก็ควรพิจารณาผลงานอันดับ ‘3’ ควบคู่ไปกับผลการแข่งขันโดยละเอียดด้วย ตัวอย่างเช่น หากเห็นเพียงข่าวว่าเกาหลีใต้ได้เหรียญในกีฬาชนิดหนึ่งน้อยกว่าครั้งก่อน ก็ควรดูทั้งจำนวนเหรียญทอง ประเภทการแข่งขันย่อยในกีฬานั้น และผลงานในกีฬาอื่น ๆ ด้วย จึงจะประเมินได้ว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปในการแข่งขันครั้งนี้ การพิจารณาเช่นนี้ยังสำคัญเพื่อไม่ให้สรุปผลงานของทีมชาติทั้งหมดจากผลงานที่ไม่ดีในกีฬาเพียงชนิดเดียว
จุดที่รายงานข่าวนำเสนอแตกต่างกัน
มีรายงานว่าช่องว่างเหรียญทองระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นอยู่ที่ 44 เหรียญ แต่การระบุอันดับของกลุ่มประเทศที่ได้อันดับ 4 แตกต่างกันไปตามรายงาน ข่าวฉบับหนึ่งระบุว่าอินเดียได้อันดับ 4 ด้วย 21 เหรียญทอง ขณะที่อีกฉบับรายงานว่าอุซเบกิสถานและอินเดียได้ประเทศละ 21 เหรียญ และอยู่ในอันดับ 4 กับ 5 ตามลำดับ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- เกาหลีใต้ได้ 39 เหรียญทอง จบอันดับ 3 โดยรวมรองจากจีนและญี่ปุ่น และจบอันดับ 3 ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3
- 39 เหรียญทองเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1982 และต่ำกว่าเป้าหมาย 40–45 เหรียญทองที่ตั้งไว้ก่อนการแข่งขัน
- ญี่ปุ่นได้ 83 เหรียญทอง และมีช่องว่างกับเกาหลีใต้ 44 เหรียญ
- เกาหลีใต้ได้ 1 เหรียญทองในว่ายน้ำ 3 เหรียญในยิงธนู 3 เหรียญในยิงปืน และ 3 เหรียญในเทควันโด ส่วนเทเบิลเทนนิสและมวยปล้ำไม่ได้เหรียญทอง
- เกาหลีใต้ได้เหรียญทองในบาสเกตบอล เบสบอล ฟุตบอลชาย และแฮนด์บอลหญิง เป็นต้น
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ยังไม่มีการยืนยันว่าการวิเคราะห์รายละเอียดของสภากีฬาแห่งเกาหลีจะเผยแพร่เมื่อใด และจะทำให้การเตรียมตัวหรือการสนับสนุนกีฬาแต่ละชนิดเปลี่ยนแปลงอย่างไร
- จากหลักฐานที่มีในขณะนี้ ยังไม่อาจทราบได้ว่าผลงานในแต่ละชนิดกีฬาที่เห็นในการแข่งขันครั้งนี้จะดำเนินต่อไปในการแข่งขันครั้งหน้า หรือช่องว่างจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
สิ่งที่ผู้อ่านควรติดตาม
- ตรวจสอบว่าการวิเคราะห์ผลการแข่งขันที่สภากีฬาแห่งเกาหลีประกาศว่าจะจัดทำ จะให้ความสำคัญกับกีฬาและปัจจัยด้านสมรรถนะใดบ้าง
- เมื่อติดตามผลการแข่งขันครั้งหน้า ให้เปรียบเทียบไม่ใช่แค่อันดับโดยรวม แต่รวมถึงจำนวนเหรียญทอง ผลงานแยกตามชนิดกีฬา และการเปลี่ยนแปลงของช่องว่างกับญี่ปุ่นด้วย
- ในประเด็นที่แต่ละรายงานนำเสนอแตกต่างกัน เช่น อันดับของกลุ่มประเทศที่ได้อันดับ 4 ควรตรวจสอบทั้งการนับเหรียญและหลักเกณฑ์การจัดอันดับประกอบกัน
แหล่งอ้างอิง
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: en.yna.co.kr
- รายงานอื่นที่ใช้อ้างอิง: hani.co.kr



















